แทบช็อก!! ชวนกันไปขึ้นสวรรค์ถึงกับตาย เพราะกระทำแบบนี้ เรื่องแบบนี้ต้องระวังให้มาก!!

 วันนี้ (15 พ.ค.59)  เกิดเหตุสะเทือนเมื่อ ร.ต.อ.วีรยุทธ กางกาละ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุ   เมื่อเวลา 05.00 ที่ผ...



 วันนี้ (15 พ.ค.59)  เกิดเหตุสะเทือนเมื่อ ร.ต.อ.วีรยุทธ กางกาละ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุ   เมื่อเวลา 05.00 ที่ผ่านมา
ว่ามีชาวต่างชาติเสียชีวิตที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ภายในถนนวล์อคกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  จึงได้รีบเข้าตรวจสอบพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา

ปรากฎว่า  ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมแบบให้เช่าแบบชั่วคราว ตรจสอบที่ห้องชั้นที่ 2 พบผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวต่างชาติ สภาพนอนเปลือยกายล่อนจ้อนเสียชีวิตอยู่ที่พื้นห้อง  จากกายตรวจสอบเบื้องต้น ตามร่างกายไม่พบร่องรอยบาดแผลถูกทำร้ายแต่อย่างใด   รวมทั้งไม่พบเอกสารระบุชื่อและสัญชาติ  คาดว่า  เป็นชายอายุประมาณ 40-45 ปี ลักษณะคล้ายชาวยุโรป ภายหลังการตรวจสอบเจ้าหน้าที่จึงได้มอบศพให้หน่วยภัยนำเก็บรักษาที่ รพ.บางละมุง เพื่อชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตและตรวจสอบสัญชาติที่แท้จริง  ก่อนที่จะประสานไปยังสถานฑูตให้ทราบเหตุการณ์ดังกล่าว


ส่วนทางด้าน  นายสุพจน์ อายุ 22 ปี สาวประเภทสอง  ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ให้การว่า  ตนเองได้พบกับชาวต่างชาติคนดังกล่าวที่วอล์คกิ้งสตรีท และได้ตกลงราคาเพื่อมาร่วมหลับนอนในราคา 3,000 บาท โดยจ่ายเงินกันเรียบร้อย แล้วจากนั้นก็ได้พากันมาที่โรงแรมดังกล่าว โดยชาวต่างชาตินั้นมีท่าทางมีเมาสุราเป็นอย่างมาก  ซึ่งหลังจากที่ร่วมหลับนอนกันแล้ว และกำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ ด้วยความคึกของชาวต่างชาติจึงกระทำด้วยความรุนแรง ตนได้ยินเสียงกระแทกอย่างแรงที่ผนังห้อง ก่อนที่ชาวต่างชาติจะหมดแรงนอนทับร่างตน จึงคิดว่าเสร็จภารกิจแล้ว จึงนอนพักเอาแรง แต่รู้สึกผิดปกติ จึงได้พลิกตัวออก ก็พบว่าต่างชาติคนดังกล่าวอยู่ในอาการตาค้าง ด้วยความตกใจจึงได้รีบแต่งตัววิ่งลงไปแจ้งพนักงานของโรงแรมมาช่วยเหลือและ แจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าผู้เสียชีวิตนั้นอาจกระทำภารกิจแล้วเกิด พลาดท่า จึงล้มลง  จนทำให้ศีรษะไปกระแทกกับผนังห้อง แล้วเกิดอาการช็อคประกอบกับอาการเมาสุรา  จนเป็นเหตุการเสียชีวิตในครั้งนี้  แต่อย่างไรก็ตาม  สาเหตุที่แท้จริง  ต้องรอผลจากการชันสูตรพลิกศพ  เพื่อความชัดเจนแห่งคดีต่อไป

ที่มา : ข่าวท้องถิ่น

You Might Also Like

0 ความคิดเห็น